Uncategorized
การผ่าตัดหัวใจในเด็ก
ความผิดปกติของหัวใจในเด็กนั้นมากกว่า 90% เป็นความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด และกว่า 80% ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่ ในอดีตการผ่าตัดแก้ไขหัวใจผิดปกติในเด็กระยะแรกคลอด และระยะขวบปีแรกมีอัตราการตายค่อนข้างสูง แต่ในปัจจุบันเนื่องจากความก้าวหน้าทางวิชาการแพทย์รวมทั้งเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีต่างๆ ได้พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้ผลของการผ่าตัดแก้ไขหัวใจผิดปกติในเด็กระยะแรกคลอด และระยะขวบปีแรกดีขึ้นกว่าเดิมมาก ความพิการของหัวใจบางชนิด ผลการผ่าตัดแก้ไขมีอัตรารอดเกือบ 100% หรือแทบจะไม่มีอัตราการตายเลย นอกจากนี้การผ่าตัดแก้ไขหัวใจผิดปกติตั้งแต่ในเด็กระยะแรกคลอด และระยะขวบปีแรกนี้ยังสามารถลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายอย่างถาวรต่อกล้ามเนื้อหัวใจ และปอดได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีความพยายามที่จะทำการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่เนิ่น ๆ (ก่อนขวบปีแรก) การเลือกวิธีผ่าตัดการเลือกวิธีการผ่าตัดแบบใดนั้น ขึ้นกับชนิดและความซับซ้อนของความผิดปกติของหัวใจที่ตรวจพบ รวมทั้งความสามารถ และความถนัดของศัลยแพทย์ของแต่ละสถาบัน ซึ่งได้แก่ 1. การผ่าตัดแบบประคับประคอง (ไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติทั้งหมดได้) และบางรายอาจต้องผ่าตัดแบบประคับประคองอีกหลายครั้ง ซึ่งสุดท้ายก็ยังคงได้แค่ประคับประคองอยู่ดี 2. การผ่าตัดแบบประคับประคองไปก่อนสักระยะหนึ่ง แล้วค่อยทำการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทั้งหมดให้เหมือนปกติในภายหลัง การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทั้งหมดให้เหมือนปกติในคราวเดียวเลย วิธีการผ่าตัดต่างๆ นี้ ถ้าแบ่งตามเทคนิคในการใช้เครื่องมือแล้ว สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ปัจจุบันโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดนั้นเราพอแบ่งคร่าวๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม คือ สรุป
เนื่องจากการผ่าตัดแก้ไขโรคหัวใจในเด็กนั้น ความผิดปกติบางอย่างสามารถรอได้นาน บางอย่างก็ต้องทำการผ่าตัดแก้ไขทันที แต่ด้วยความเข้าใจผิดหรือความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือแม้กระทั่งแพทย์ที่ดูแลเบื้องต้นเกี่ยวกับการดำเนินของโรค ทำให้มีเด็กโรคหัวใจจำนวนมากที่เสียโอกาสในการผ่าตัดแก้ไข
เด็กโรคหัวใจ ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
เด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจไม่ว่าจะเป็นชนิดเป็นแต่กำเนิด หรือชนิดที่เป็นเมื่อโตแล้วก็ตาม อาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ไม่มีอาการ
ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่บิดามารดาหรือกุมารแพทย์ทั่วไปฟังได้เสียงผิดปกติในหัวใจ กลุ่มนี้ถ้าจะเป็นโรคหัวใจชนิดใดก็ตามส่วนใหญ่การผิดปกติของหัวใจมักไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาทางยาหรือผ่าตัด การดำเนินชีวิตกิจกรรมต่างๆ มักเป็นไปตามปกติเช่นเด็กทั่วไป ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในเรื่องการกินอยู่ การออกกำลังกาย แต่จำเป็นต้องให้การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างดียิ่ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อตรงบริเวณที่ผิดปกติของหัวใจจากเชื้อในช่องปากหรือหากมีการผ่าตัดหรือหัตถการกับเด็กต้องให้ยาปฏิชีวนะป้องกันไว้ด้วย ควรพาเด็กไปพบแพทย์โรคหัวใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์ประเมินสถานภาพความรุนแรงของโรคหัวใจนั้นๆ ว่ายังคงสภาพเดิม หรือมีความรุนแรงมากขึ้น หรือมีอย่างอื่นแทรกซ้อน เพราะโรคหัวใจเด็กบางชนิดการรุนแรงของโรคอาจเพิ่มมากขึ้นได้ตามอายุ เด็กกลุ่มนี้หากบิดามารดา หรือแม้แต่ตัวเด็กเองมีความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องโรคที่เป็นแล้ว ครอบครัวและเด็กเองจะคลายความวิตกกังวลอันนำมาซึ่งสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีอนาคตอันสดใสเฉกเช่นเด็กปกติทั่วไป ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นเด็กปกติไม่มีโรคหัวใจ แต่เมื่อโตขึ้นมีการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเบต้า-สเตร็ปโตคอคคัส กลุ่มเอ ที่ลำคอและไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาแต่ไม่พอเพียง เด็กบางคนจะเกิดโรคไข้รูห์มาติคมีอาการปวดข้อหลายๆ แห่ง มีการเคลื่อนไหวผิดปกติของแขนขาหรือมีการอักเสบของหัวใจ โดยเฉพาะที่ลิ้นหัวใจซึ่งเมื่อรักษาหายแล้วยังคงเหลือร่องรอยอยู่ ทำให้ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบได้ เด็กเหล่านี้หากลิ้นหัวใจอักเสบไม่มากนัก และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้องเมื่อหายจากโรคแล้วเด็กก็จะไม่มีอาการอะไรทางหัวใจ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการฉีดยาเบนซาทีนเพนนิซิลิน ทุก 3-4 สัปดาห์เข้ากล้ามไปนานๆ เป็นระยะเวลาหลายสิบปี (ดูหัวข้อโรคหัวใจรูห์มาติค) เพราะหากไม่ได้รับการฉีดยานี้แล้วเด็กเหล่านี้เมื่อติดเชื้อสเตร็ปกลุ่มเดิมที่ลำคออีก โอกาสจะเป็นโรครูห์มาติคซ้ำมีสูงมาก และอาจทำให้ลิ้นหัวใจหรือแม้แต่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมากยิ่งขึ้นจนเกิดภาวะหัวใจวายต้องรับประทานยาตลอดไป หรือหากเป็นมากๆ อาจต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจไปเลย เมื่อถึงระยะนี้แล้วเด็กจะมีความพิการทางหัวใจจนทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติอนาคตจะเสียไป ความเข้าใจอันถูกต้องในเรื่องการป้องกันการเกิดซ้ำของโรคนี้โดยการได้รับยาฉีดทุก 3-4 สัปดาห์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง 2. กลุ่มเด็กโรคหัวใจที่มีอาการ
โดยทั่วไปอาการส่วนใหญ่ของเด็กที่เป็นโรคหัวใจมี
สาเหตุโรคหัวใจในเด็ก
สาเหตุของโรคหัวใจในเด็ก ก็เช่นเดียวกับสาเหตุของโรคอื่นๆ คือ ขึ้นกับสิ่งต่างๆ อาทิ ความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นต้น ไม่ว่าโรคหัวใจในเด็กจะเป็นโรคหัวใจชนิดที่เป็นแต่กำเนิดหรือเป็นภายหลังเกิด โรคต่างๆ เหล่านี้ก็จะเกิดจากสิ่งที่ทำให้เกิดโรค สิ่งแวดล้อม และตัวบุคคล โรคหัวใจแต่กำเนิด สาเหตุของโรคหัวใจแต่กำเนิด ได้แก่ 1. สิ่งที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งอาจจะเป็นพวกเชื้อโรคต่างๆ หรือสารต่างๆ เช่น ยา สารเคมี ฮอร์โมน สิ่งเสพติด รังสี เป็นต้น ตัวอย่างของสาเหตุโรคหัวใจแต่กำเนิดที่พบว่าเกิดจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ ขณะที่แม่ตั้งครรภ์แล้ว แม่ติดเชื้อหัดเยอรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 2 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ยาที่อาจเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจแต่กำเนิด ได้แก่ ยาบ้า ยากันชักบางชนิด ฮอร์โมนทางเพศ และเหล้า เป็นต้น 2. สิ่งแวดล้อม เช่น แม่ที่เป็นเบาหวานแล้วตั้งครรภ์ แม่ที่เป็นโรคลุปัสอีริธธีมาโตซัส เป็นต้น บุตรที่คลอดจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากกว่าเด็กที่แม่ปกติ 3. ตัวบุคคล ในที่นี้หมายถึงตัวเด็กเอง ซึ่งการที่จะเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดหรือไม่ ขึ้นกับการที่เด็กคนนั้นมีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือไม่ ถ้าเด็กคนนั้นมีความผิดปกติทางพันธุกรรม ความผิดปกตินั้นอาจจะทำให้เด็กมีความผิดปกติของหัวใจโดยตรงหรือมีความผิดปกติของเนื้อเยื่อระบบอื่นๆ ซึ่งจะทำให้มีผลต่อการเกิดโรคหัวใจหรือมีความผิดปกติชนิดเป็นกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการดาวน์หรือมองโกล ซึ่งมีความผิดปกติของระบบต่างๆ หลายระบบ
เลี้ยงลูกอย่างไรให้ปลอดโรคหัวใจ
โรคหัวใจที่พบบ่อยในผู้ป่วยเป็นอย่างไร ในปัจจุบัน อุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือดในคนไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญสาเหตุหนึ่ง เป็นภาวะที่หัวใจขาดเลือดมาเลี้ยงหรือเลือดไหลเข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจลดลง ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากผนังหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัวและมีการตีบตัน ในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาอุบัติการณ์ที่แน่นอน แต่จากการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า มีชาวอเมริกันหัวใจวายจากโรคนี้ปีละ 1.5 ล้านคน โดยที่ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเหล่านี้ไม่เคยมีอาการนำมาก่อนและ 1 ใน 3 ของพวกที่มีอาการครั้งแรกนี้มีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต มีการคาดคะเนว่าเมื่อคนไทยรับวัฒนธรรมการกินอยู่ของประเทศทางตะวันตกกันมากขึ้น อุบัติการณ์ของโรคนี้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ข่าวดีก็คือเราสามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้สำหรับตัวเราเองหรือลูกหลานของเรา โดยการเสริมสร้างอุปนิสัยและพฤติกรรมการกินอยู่ที่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้าสามารถปลูกฝังได้ ตั้งแต่เด็กๆ ก็จะก่อให้เกิดผลดีเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมีมากมายหลายอย่าง บางอย่างก็หลีกเลี่ยงป้องกันได้ บางอย่างก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังต่อไปนี้ 1. อายุและเพศ ผู้ชายจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้เร็วกว่าผู้หญิง และยิ่งอายุมากขึ้นโอกาสจะเกิดโรคนี้ก็มากขึ้น 2. มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเป็นโรคนี้ก่อนอายุ 55 ปีในผู้ชาย หรือ 65 ปีในผู้หญิง อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคนี้จะสูงขึ้น 3. เป็นโรคเบาหวาน โรคเบาหวานบางชนิดจะเริ่มมีอาการตั้งแต่เด็กหรือวัยรุ่น การวินิจฉัยโรคนี้ตั้งแต่เริ่มแรกและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี จึงมีความสำคัญในการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ 4. การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคภัยหลายชนิด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคสมองขาดเลือด โรคมะเร็ง

